รีวิวภาพยนตร์ The Harder They Fall : คาวบอยนอกกฎหมาย

 

The Harder They Fall : คาวบอยนอกกฎหมาย เป็นหนังคาวบอย เวอร์ชั่นคนดำ แนวแอคชั่น ผจญภัย อาชญกรรม กำกับโดย เจมส์ ซามูเอล และเขียนบทร่วมกับ โบแอซ ยาคิน

 

เป็นเรื่องราว ที่บอกเล่า ถึงเส้นทางชีวิตของ แนท เลิฟ ที่ต้องเผชิญ กับเหตุสลด ในวัยเด็ก เมื่อเขา ต้องสูญเสีย พ่อและแม่ไป โดยฝีมือ ของวายร้าย รูฟัส บั๊ค ที่บุกเข้ามา สังหาร พ่อและแม่ของเขา

และยังสลัก แผนเป็นรูป ไม้กางเขน ไว้ที่หน้าผาก ของเขาด้วย ทำให้ เขาเก็บสะสม ความแค้นไว้ จนกระทั่ง เมื่อโตขึ้นมา เขาก็กลายเป็น หนึ่งในคาวบอย สิงห์ปืนไว ที่ร่วมกับ แก๊งค์ก่ออาชญากรรม

ทั้งการดักปล้น ชิงทรัพย์ และอื่น ๆ จากนั้น ก็ออกเสาะหา ฆาตกร ที่ฆ่า พ่อแม่ของเขา ซึ่งในเวลานั้น ฆาตกร กำลัง อยู่ในคุก และกำลัง จะถูกส่งตัว ทางรถไฟ

 

The Harder They Fall

 

The Harder They Fall มีเรื่องราว นำเสนอภาพ ของแดนป่าเถื่อน โลกคาวบอย ที่สมมติ ให้คนผิวดำ เป็นเหล่าคาวบอย นอกกฎหมาย แทนที่คนผิวขาว หนังเหมือนต้องการ เคารพหนังคาวบอย ยุคคลาสสิก และหนังคนผิวดำ รวมกัน

ซึ่งแม้แต่ ตัวผู้กำกับอย่าง Jeymes Samuel ก็เป็นคนผิวดำ เหมือนกัน ซึ่งก็น่าสนใจ ตรงที่ว่า เขายกระดับ มาจาก ฝ่ายทำดนตรี ในภาพยนตร์ ซึ่งเคยร่วมทีม สร้างหนังดัง อย่าง The Great Gasby มาแล้วด้วย พร้อมด้วย การกำกับ ที่มีกลิ่นอาย ของ เควนติน ตารันติโน่ เข้ามาด้วย

 

หนังได้นักแสดง รุ่นใหญ่ อย่าง ไอดริส เอลบา มารับบทเป็น รูฟัส บั๊ค หนึ่งในตัวละครหลัก และเป็นตัวร้าย ของเรื่อง ซึ่งแสดงได้ เหี้ยม โหด และดูโฉด ดีมาก ๆ แถมบทดราม่า ก็เล่นถึงบทบาท เรียกได้ว่า เขาเป็นตัวแบก ของหนัง เลยก็ว่าได้

เพราะหนัง กว่าครึ่งเรื่อง จะโฟกัส ไปที่ตัวเขาเป็นหลัก ในขณะที่ ดาราคนอื่น ๆ นี่ดูแล้ว ยังรู้สึก ได้เลยว่า ค่อนข้าง เทียบกับเขา แทบไม่ได้ เท่าไหร่นัก

ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ทั้งเรื่องนี้ จะเต็มไปด้วย บทสนทนา ในสไตล์คนดำ เต็มไปหมด ซึ่งถ้าไม่ใช่ คนที่คุ้นชิน กับหนังคนดำ หรือมุกตลก และเสียดสี สไตล์คนดำ มาบ้าง อาจจะงง และไม่ค่อยเข้าใจ เลยว่า พวกเขา คุยอะไรกัน ปล่อยมุก อะไรกันอยู่ ซึ่งหลายช่วง เป็นแบบนี้ เยอะมาก

ตัวหนัง ก็ยังมี ความดี อยู่บ้าง ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย เสมอไป คือ มันเป็นหนัง ที่นำเสนอ ความดิบเถื่อน ของเหล่าสิงห์ปืนไว คาวบอย ในยุคบุกเบิก ตะวันตก ที่เต็มไปด้วย อันตราย ป่าเถื่อน เรียกว่า เป็นบ้านป่า เมืองเถื่อน เลยก็ไม่ผิด ตัวละครคุยกัน ด้วยอาวุธปืน และความโหด

มีอีกจุดหนึ่ง ที่น่าสนใจ ที่หนัง นำเสนอออกมา คือ การที่แก๊งค์สุดโหด ในเรื่องนี้ ส่วนมากแล้ว เป็นกลุ่มคนผิวดำ เป็นหลัก แม้จะมี คนผิวขาว ปะปน ในกลุ่ม อาชญากร เหล่านี้บ้าง แต่ก็ไม่ได้เน้น ตรงนี้นัก

ในขณะที่ ฝ่ายของเจ้าหน้าที่ ทางการ และทหาร จะเป็นคนผิวขาว ตรงนี้ ก็เหมือนเป็น การเสียดสี สังคมอเมริกัน ไปในตัว ว่าคนผิวดำเอง ก็ไม่ได้ มีทางเลือก อะไรมากนัก ในโลก แห่งความวุ่นวาย และการแก่งแย่ง ชิงดี

ถ้าไม่ลุกขึ้นมา รวมกลุ่มกัน ทำผิดกฎหมาย บ้านเมือง ทำการปล้น ชิงทรัพย์ ใช้ความรุนแรง ก็คงเป็น เรื่องยาก ที่คนผิวดำ ในสังคมอเมริกัน จะสามารถ ไต่เต้า ขึ้นมา ประสบความสำเร็จ มีฐานะมั่งคั่ง เหมือนที่ พวกคนผิวขาว เป็นอยู่ ในเรื่อง

 

The Harder They Fall

 

ซึ่งหากมอง ย้อนไป ในประวัติศาสตร์ ของสหรัฐอเมริกา ในศตวรรษที่ 17 – 19 พวกคนผิวดำ ก็มีสถานะเป็นทาส ถูกกดขี่ ข่มเหง โดยคนผิวขาว  ยากมาก ที่พวกเขา จะไต่เต้า หรือได้รับโอกาส ในสังคม

ถ้ามอง ในอีกแง่หนึ่ง หนังเรื่องนี้ ก็เหมือนกำลัง บอกถึงสภาพสังคม อเมริกัน ที่คนผิวสี โดยเฉพาะพวกคนผิวดำ ต้องรวมตัวกัน เป็นกลุ่มแก๊งค์ เพื่อก่ออาชญากรรมรุนแรง ต่าง ๆ อย่างที่ปรากฏ ในเรื่อง

แต่ก็น่าเสียดาย อยู่บ้าง ที่หนัง ใช้เวลานาน ในการปูบทตัวละคร และความดราม่าต่าง ๆ ที่ทำให้ รู้สึกว่า ตัวร้ายอย่าง รูฟัส บั๊ค มีความโดดเด่น มากกว่าตัวเอก อย่าง แนท เลิฟ

จนบางที ก็อดคิดไม่ได้ ว่าที่จริงแล้ว พระเอกของเรื่องนี้ คือตัวร้าย นั่นแหละ ในขณะที่ ตัวเอก ก็มีวีรกรรม หลายอย่าง ที่ไม่ได้ น่าเอาใจช่วย สักเท่าไหร่ เพราะเขา ก็ออกปล้น ชิงทรัพย์ เป็นโจร เหมือนกัน

ส่วนมุมกล้อง และการนำเสนอเรื่องราว ก็มีการแฝงอารมณ์ขัน และตลกร้าย ในสไตล์หนังคนดำ ที่เหมือนผสม กับจังหวะ การตัดต่อ และมุมกล้อง แบบเควนติน ทารันติโน่

ซึ่งตรงนี้ ถือว่า ทำได้ดี ในระดับหนึ่ง รวมถึง การทำดนตรีประกอบ ในสไตล์เพลง ที่มีความเป็น วัฒนธรรมคนดำ ทั้งเพลงสไตล์ฮิปฮอป ปนกับดนตรีแจ็ส เข้าไปด้วย ufabet24

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *